
โครงการ How to Set Quality Palliative Care Unit ระหว่างวันที่ 23-24 มีนาคม 2569
>> รูปแบบ Onsite ณ ห้องประชุมศูนย์การุณรักษ์ อาคารกัลยาณิวัฒนานุสรณ์ ชั้น 7 โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คนละ 3,000 บาท สำหรับการเข้าร่วมที่มี 2 ท่าน 5,000 บาท (ประกอบด้วย แพทย์และพยาบาลอย่างละ 1 ท่าน หรือพยาบาล 2 ท่าน)
>> รูปแบบ online ผ่านระบบ Zoom meeting ค่าลงทะเบียน 1,500 บาท
ขั้นตอนการลงทะเบียน
- ชำระเงินค่าลงทะเบียน และเตรียมหลักฐานการโอนเงิน
(ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี การประชุมวิชาการหน่วยการุณรักษ์ สาขามหาวิทยาลัยขอนแก่น เลขที่บัญชี 551-425457-3) - กรอกแบบฟอร์มลงทะเบียน และแนบไฟล์หลักฐานการชำระเงิน
– ลงทะเบียนได้ที่ >> https://kku.world/jl50gn
– หนังสือเชิญประชุมโครงการ ได้ที่ลิงค์ >> https://kku.world/98if34
Workshop content
เรียนรู้การจัดระบบบริการผู้ป่วยแบบประคับประคองตั้งแต่ในโรงพยาบาลจนถึงที่บ้านผู้ป่วยในชุมชม โดยเป็นการเรียนรู้หลักการ โรงพยาบาลต้นแบบและผู้เข้าร่วมประชุมสามารถร่วมแบ่งปันประสบการณ์ เรียนรู้จากบริบทต่าง ๆ ตามทรัพยากรที่เกื้อหนุน เพื่อนำประสบการณ์การเรียนรู้ไปสร้าง/ปรับระบบการจัดบริการ
- Palliative care services in Thailand: where are we now?
วิวัฒนาการการดูแลแบบประคับประคองในประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การพัฒนาการระบบบริการและชุดสิทธิประโยชน์ในระบบสุขภาพ การขับเคลื่อนภาคประชาสังคมและประชาชน ระดับคุณภาพของการดูแลประคับประคองของประเทศไทย อนาคตและทิศทาง - Palliative care delivery system
ระบบการจัดบริการในโรงพยาบาล การจัดระบบทีมรับปรึกษาในหอผู้ป่วยใน การรับปรึกษาและติดตามในคลินิกผู้ป่วยนอก การดูแลในหอผู้ป่วยประคับประคอง/ฮอสพิซ การดูแลในชุมชนและที่บ้าน ข้อดี ข้อจำกัด และทรัพยกรที่จำเป็นของแต่ละระบบการดูแล
- Palliative care consultation service
การจัดตั้งทีมสหวิชาชีพและจัดระบบงาน บทบาทบุคลากรในทีมและการพัฒนาสมรรถนะของบุคลากร การดำเนินงานศูนย์ประคับประคองในโรงพยาบาลและในชุมชน การจัดระบบปรึกษาการดูแลประคับประคองในหอผู้ป่วย แนวทางการขอรับการปรึกษา การตรวจกรองและการเข้าถึงการดูแลแบบประคับประคอง การวางแผนการดูแล การวางแผนจำหน่ายและดูแลอย่างต่อเนื่องโดยทีมเยี่ยมบ้านหรือการส่งต่อ - Outpatient service for palliative patients
การจัดระบบการดูแลในคลินิกผู้ป่วยนอกเพื่อการรับปรึกษาและการติดตามดูแลต่อเนื่อง
- How to establish palliative/hospice ward
การจัดตั้งหอผู้ป่วยดูแลประคับประคอง การเตรียมสถานที่ สมรรถนะของบุคลากร ระบบคัดกรองผู้ป่วยเข้าดูแลในหอผู้ป่วย ระบบบริการ กิจกรรมที่ควรมี จะเป็น session ที่มีการแบ่งปันประสบการณ์จากตัวแทนโรงพยาบาลที่มีการเปิดหอผู้ป่วยนี้มาแล้ว ปัญหาและอุปสรรค์ที่พบ เพื่อนำมาปรับระบบบริการที่มีคุณภาพ
- Discharge plan and referral process with exercise
การเตรียมผู้ป่วยและครอบครัวก่อนจำหน่ายกลับบ้านซึ่งมีความสำคัญสำหรับการดูแลต่อเนื่อง การป้องกันการกลับเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลซ้ำ หรือการกลับเข้าโรงพยาบาลอย่างฉุกเฉิน การส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ
- Home care service for palliative patients
การดูแลอย่างต่อเนื่องที่บ้าน การทำแผนจำหน่ายและส่งต่อที่มีประสิทธิภาพรวมถึงระบบการดูแลที่บ้านอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเสียชีวิต ระบบการเยี่ยมบ้านมีความหลากหลายในแต่ละโรงพยาบาล เรียนรู้ระบบการเยี่ยมบ้านของบริบทแต่ละท้องที่ ปัญหาอุบสรรค์เพื่อนำมาปรับใช้ในการจัดบริการ
- Crisis intervention
ภาวะฉุกเฉินในผู้ป่วยระยะประคับประคองขณะที่ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่บ้านเป็นความสำคัญ การประเมินว่าผู้ป่วยควรกลับเข้ารักษาในโรงพยาบาลหรือยังสามารถจัดการดูแลที่บ้านและเข้าไปดูติดตามอย่างใกล้ชิดในภาวะที่มีสถานการณ์ฉุกเฉินจะหลีกเลี่ยงการมาห้องฉุกเฉิน ซึ่งผู้ป่วยมีโอกาสได้รับการรักษาที่ไม่ก่อเกิดประโยชน์ได้
- Home ward for dying patients
การดูแลในระยะใกล้เสียชีวิตเป็นคุณภาพการดูแลของการดูแลประคับประคอง ซึ่งต้องเป็นการดูแลที่ใกล้ชิดทั้งตัวผู้ป่วยและครอบครัว เรียนรู้การจัดระบบการดูแลที่บ้านซึ่งเหมือนการดูแลในโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด (home ward) ร่วมกัน ซึ่งมีชุดสิทธิ์ประโยชน์ของสปสช.มารองรับ
- How to set palliative service for specific groups
การจัดระบบและการบูรณาการการดูแลประคับประคองในผู้ป่วยกลุ่มพิเศษได้แก่ ผู้ป่วยใน Long-term care/nursing home, ผู้ป่วยเด็ก, ผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย, ผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะสุดท้าย ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มเหล่านี้ต้องการการดูแลที่จำเพาะ และต้องการการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับเจ้าของไข้ รวมถึงระบบบริการต่อเนื่องที่บ้าน
- Quality improvement – way forward
การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เรียนรู้การประเมินคุณภาพโดยใช้เครื่องมือต่างๆ การพัฒนาคุณภาพเพื่อยกระดับการดูแลประคับประคองของโรงพยาบาลซึ่งส่งผลต่อคุณภาพระดับประเทศ
ผู้เข้ารับการอบรม
ควรเป็นแพทย์ พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ ผู้มีประสบการณ์การทำงานสหวิชาชีพ ดูแลศูนย์ประคับประคอง
